สิ่งแวดล้อม

เมกะภัยแล้งในสหรัฐฯ อาจยาวนานกว่าที่แบบจำลองภูมิอากาศคาดการณ์

7 ยอดเข้าชม

ทำไมภัยแล้งจึงไม่จบง่าย

ช่วงแห้งแล้งยาวนานทั่วภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ อาจยาวนานกว่าที่แบบจำลองภูมิอากาศปัจจุบันชี้ไว้ ตามงานวิจัยใหม่ที่รายงานในฉบับวันที่ 1 ตุลาคมของ Science News งานนี้ร่วมเขียนโดยนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ Victoria Todd จากศูนย์วิจัยบรรยากาศแห่งชาติในโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด ตรวจสอบว่าภัยแล้งในอดีตสิ้นสุดลงอย่างไรและเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบันอย่างไร

การค้นพบคือแบบจำลองอาจประเมินระยะเวลาที่เมกะภัยแล้งสามารถคงอยู่ต่ำเกินไป เมื่อดินและพืชพรรณแห้งแล้ง เพราะปฏิกิริยาตอบสนองเหล่านั้นจับได้ยาก พูดง่าย ๆ คือภูมิทัศน์ที่แห้งมักคงแห้งต่อไป: ความชื้นระเหยน้อยลง เมฆก่อตัวน้อยลง และฝนที่ตกลงมาก็ถูกดูดซับก่อนถึงแม่น้ำ

บันทึกวงปีต้นไม้แสดงว่าภูมิภาคนี้เคยเห็นช่วงแห้งแล้งหลายทศวรรษมาก่อน รวมถึงเหตุการณ์ในทศวรรษ 1200 และ 1500 ช่วงแห้งแล้งปัจจุบันอยู่ในกลุ่มที่แห้งแล้งที่สุดในรอบกว่าพันปีจากการสร้างใหม่เหล่านั้นแล้ว

แรงกดดันต่อแม่น้ำโคโลราโด

ลุ่มน้ำโคโลราโดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด แผนแม่บทของรัฐบาลกลางระยะสิบปีเรียกร้องให้ตัดน้ำสูงถึง 40% สำหรับแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และเนวาดา รายงานแนวโน้มการจัดหาน้ำแอริโซนาเดือนเมษายน 2026 จากหน่วยบริการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของ USDA แสดงปีที่หิมะสะสมอ่อนแออีกปี และระดับอ่างเก็บน้ำเป็นหัวข้อของการเจรจาฉุกเฉินซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหมู่เจ็ดรัฐลุ่มน้ำ

สิ่งที่เมืองต่าง ๆ ทำได้

ผู้จัดการน้ำกำลังผสมผสานหลายมาตรการ: ตัดโควตาภาคเกษตร จ่ายเงินให้เกษตรกรปล่อยทุ่งว่าง ปูและคลุมคลอง ใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดซ้ำ และกำหนดขีดจำกัดครัวเรือนที่เข้มงวดขึ้น เมืองอย่างลาสเวกัสและลอสแอนเจลิสลดความต้องการลงได้หลายปีขณะประชากรเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงว่าการบริโภคไม่ตายตัว

คำถามที่ยากกว่าคือจังหวะเวลา หากภัยแล้งดำเนินต่อไปอีกทศวรรษ ข้อตกลงระยะสั้นจะไม่เพียงพอ และลุ่มน้ำอาจต้องจัดสรรน้ำใหม่ถาวร เกษตรกร ชนเผ่า และเขตเมืองต่างเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจานั้น และไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายที่ต้องยอมสละมากที่สุด

แหล่งที่มา: Science News / NCAR / USDA NRCS